ระบบการรักษาพยาบาลในอเมริกา

 

     การให้บริการสุขภาพ (Health Care) ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการแพทย์นั้น เขามีวิธีการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนของเขาอย่างไร ดีหรือไม่ดี และเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
 

     ในประเทศสหรัฐอเมริการมีหลายหน่วยงานและความเป็นนิติบุคคล (Legal Entities) ที่มีส่วนรับผิดชอบด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้ เพราะระบบการปกครองของเขาเป็นแบบกระจายอำนาจ มีทั้งส่วนรัฐบาลกลาง (Federal Government) รัฐบาลของรัฐ (State Governments) และรัฐบาลท้องถิ่น (Local Governments) อย่างการปกครองและให้บริการภาครัฐของมหานครและเมืองต่างๆ ก็เป็นการปกครองที่มีความเป็นอิสระของตนเองในหลายๆด้าน และนอกจากนี้ โดยปรัชญาการปกครองตั้งแต่ตั้งประเทศเป็นต้นมา เขาให้ความสำคัญในสิทธิส่วนบุคคล และความเป็นทุนนิยมเสรี ที่รัฐบาลจะต้องไม่เข้าไปแทรกแซงในกิจการของเอกชน อะไรเอกชนทำได้ในระบบแข่งขันเสรีได้ รัฐบาลจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือแข่งขันกับเอกชน  การดูแลสุขภาพของสหรัฐอเมริกาต่างจากประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันตกที่มีพื้นฐานการปกครองแบบสังคมนิยมประชาธิปไตย และรวมไปถึงประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์เดิมที่ก็เน้นระบบรัฐสวัสดิการเป็นเป้าหมายสูงสุด
 

   โดยทั่วไปสหรัฐได้ใช้เงินเพื่อกิจการดูแลด้านสุขภาพอนามัยสูงที่สุดในโลกเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนของรายได้ประชาชาติ หรือที่เรียกว่า Gros Domestic Production (GDP) คือประมาณร้อยละ 16 ของ GDP สูงที่สุดในบรรดาชาติก้าวหน้าในตะวันตก และสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพนี้จะมีแนวโน้มที่สูงยิ่งขึ้นไปอีกจนคาดว่าจะถึงประมาณร้อยละ 19.5 ของเงินรายได้ประชาชาติ หรือจะเปรียบได้ว่าเงินที่บุคคลแต่ละคนจะหาได้ตลอดชีวิตนั้น ประมาณหนึ่งในห้าจะใช้เพื่อการดูแลด้านสุขภาพอนามัย
 

     ระบบการดูแลสุขภาพของสหรัฐมีปัญหา ใช้เงินมาก และมีผลกระทบไปถึงการลดความสามารถในการแข่งขัน เพราะด่าดูแลสุขภาพจะถูกบวกเข้าไปในค่าใช้จ่ายด้านการผลิตและบริการต่างๆ ของคนในประเทศ ปัญหาด้านการดูแลสุขภาพของประเทศสหรัฐไม่ได้อยู่ที่วิทยาการ เพราะคณะแพทยศาสตร์และการดูแลสุขภาพด้านต่างๆของสหรัฐยังเป็นความก้าวหน้าอย่างมากในโลกนี้ แพทย์เก่งๆจากทั่วโลก อยากมาเป็นคณาจารย์ เป็นนักวิจัยในสหรัฐอเมริกา ปัญหาของระบบน่าจะอยู่ที่ระบบการเมืองของสหรัฐเอง ตลอดจนปรัชญาความเชื่อในแบบทุนนิยมเสรีในบางด้านที่มีลักษณะเกินเหตุ อำนาจทางการเมือง การชักจูง อิทธิพลทางการเมืองอยู่ในมือของบริษัทยา บริษัทที่ดำเนินการด้านประกันสุขภาพ สมาคมวิชาชีพทางด้านการแพทย์และสุขภาพอนามัยทั้งหลาย ตลอดจนคนระดับสูงที่มีขีดความสามารถในการซื้อบริการได้ ที่ทำให้บริการด้านสุขภาพในประเทศนี้เป็นเรื่องที่ขาดหลักประกันสำหรับมนุษย์อันควร คนยากจน คนที่เป็นคนต่างด้าวคนทำงานอิสระแบบหาเช้ากินค่ำ ที่ไม่มีรายได้พอที่จะไปซื้อบริการประกันสุขภาพที่ราคาแพงลิบลิ่ว ก็ต้องยอมเสี่ยงมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีหลักประกัน หากเจ็บป่วยขึ้นมาจริงๆในระดับที่ต้องพึ่งบริการสุขภาพ ก็ต้องยอมตกอยู่ในฐานะล้มละลาย