การให้บริการของโรงพยาบาลในประเทศจีน


     เมื่อเกิดเจ็บป่วยและต้องการไปโรงพยาบาล สำหรับในนครเซี่ยงไฮ้แล้ว สามารถค้นหารายชื่อโรงพยาบาลและที่อยู่ได้อย่างสะดวกทางอินเตอร์เน็ทจากhttp://www.91985.com/Hospital/index.aspx (ภาษาจีน) หรือ http://www.thaishanghai.com/en/gg_info.asp?id=128 (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งส่วนใหญ่คนทั่วไปก็จะเลือกใช้บริการของโรงพยาบาลรัฐที่มีชื่อเสียง หรือโรงพยาบาลระดับ 3 ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งหากเป็นคนจีนในเซี่ยงไฮ้ก็จะสามารถใช้สวัสดิการประกันสังคม ซึ่งจะขอกล่าวถึงรายละเอียดในหัวข้อด้านล่างต่อไป ส่วนชาวต่างชาติในเซี่ยงไฮ้ที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ดี การไปใช้บริการที่โรงพยาบาลรัฐเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากหรือน่ากลัวอย่างที่คิด แต่สำหรับคนต่างชาติที่สื่อสารภาษาจีนไม่คล่อง การเข้าไปใช้บริการที่โรงพยาบาลในแผนกปกติที่คนจีนใช้บริการก็อาจเป็นเรื่องที่ยากเย็นไม่น้อย เนื่องจากบุคลากรทั่วไปไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และเอกสารทุกอย่างก็เป็นภาษาจีน ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุด คือ แผนกบริการชาวต่างชาติของโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ (คล้ายคลินิกพิเศษของโรงพยาบาลรัฐในไทย) ซึ่งมักมีบุคลากรที่มีความพร้อมด้านภาษา และมีระดับการบริการที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ซึ่งก็ทำให้ราคาค่ารักษาแพงขึ้นหลายเท่าตัว อย่างไรก็ดี แผนกบริการชาวต่างชาติในโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่นี้เองที่เป็นโอกาสธุรกิจที่ต่างชาติจะเข้ามาร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่เหล่านี้ได้

     สำหรับการใช้บริการของโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ของคนจีนทั่วๆ ไปนั้น เริ่มต้นที่แผนกเวชระเบียนเช่นเดียวกับประเทศไทย เพื่อแจ้งอาการ และรับทราบว่าจะต้องไปตรวจที่แผนกใด แต่ต่างกับไทยที่ในจีนไม่ได้ใช้ระบบฐานข้อมูลคนไข้เก่า-ใหม่เหมือนไทย เพราะคนจีนทุกคนที่เคยไปโรงพยาบาลแล้ว จะมีสมุดบันทึกประวัติคนไข้ประจำตัว 1 เล่ม ที่ได้มาจากการไปโรงพยาบาลครั้งแรก ซึ่งทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลก็ต้องนำสมุดเล่มนี้ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลใดก็ใช้ร่วมกันได้หมด เพื่อให้แพทย์บันทึกรายละเอียดการตรวจรักษาและการจ่ายยา ดังนั้นที่จีนสมุดประวัติคนไข้จึงเป็นสมบัติส่วนตัวของคนไข้ ไม่ใช่สมบัติของโรงพยาบาล เมื่อมีสมุดเล่มนี้แล้ว ก็ให้ไปลงทะเบียนที่แผนกทะเบียน เพื่อจ่ายค่าสมุดทะเบียน (กรณีซื้อครั้งแรก) ราคาไม่เกิน 20 หยวน บวกกับค่าลงทะเบียนอีกไม่เกิน 10 หยวน จากนั้นจึงไปยังแผนกตรวจรักษา ซึ่งเมื่อถึงคิวก็เข้าไปตรวจในห้องแพทย์ เสร็จแล้วก็ไปชำระเงิน และรับยา ในส่วนของยานั้น คนไข้สามารถสอบถามรายละเอียดรวมทั้งค่ายาจากแพทย์ได้ก่อน โดยหากเป็นยาที่สามารถซื้อตามร้านขายยาได้ คนไข้อาจเลือกไม่ซื้อกับโรงพยาบาลซึ่งมักมีราคาแพงกว่า